คลินิกแก้หนี้ปรับเกณฑ์ขยายฐานช่วยรายย่อย

นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดตัวคลินิกแก้หนี้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2560 ได้รับการตอบรับดีมาก ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีประชาชนติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโครงการผ่าน Call Center เว็บไซต์ และสาขาของ SAM กว่า 55,400 ราย จากการสัมภาษณ์ลูกหนี้ พบว่าลูกหนี้ให้ความสนใจโครงการคลินิกแก้หนี้
เพราะโครงการนี้แก้ไขปัญหาหนี้ที่ลูกหนี้แต่ละคนมีต่อธนาคารหลายแห่งได้ในคราวเดียวกัน ผ่อนสูงสุดได้ถึง 10 ปี และคิดอัตราดอกเบี้ยอัตราต่ำ ทำให้ช่วยแบ่งเบาภาระการชำระหนี้ของลูกหนี้ได้มาก อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านคุณสมบัติและเงื่อนไขต่าง ๆ ของโครงการ แม้ว่าจะมีลูกหนี้ติดต่อเข้ามาจำนวนมาก แต่ปริมาณผู้เข้าร่วมโครงการจนถึงขั้นทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

นางฐิติมา กล่าวว่า จากการวิเคราะห์พบว่าลูกหนี้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เพราะติดข้อจำกัดด้านคุณสมบัติ เช่น ลูกหนี้ประกอบอาชีพอิสระ ลูกหนี้ถูกดำเนินคดีแล้ว เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ SAM จึงร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารพาณิชย์ พิจารณาปรับปรุงคุณสมบัติของลูกหนี้ที่จะเข้าร่วมโครงการ โดยวันที่ 1 มกราคม 2561 จะเริ่มเปิดรับกลุ่มลูกหนี้รายย่อยซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาทั้งที่มีรายได้ประจำและกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีรายได้ไม่ประจำ หรือรายได้อื่น ให้สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาความสามารถการชำระหนี้ให้ตรงตามข้อเท็จจริง เนื่องจากลูกหนี้บางรายมีชื่อเป็นผู้กู้ เช่น กู้ซื้อมอเตอร์ไซค์ แต่ข้อเท็จจริงพบว่าบิดามารดาเป็นผู้ผ่อนชำระแทน กรณีนี้ถ้าลูกหนี้มีหลักฐานมายืนยันลูกหนี้ก็อาจจะอยู่ในข่ายที่มีความสามารถในการชำระหนี้และเข้าร่วมโครงการได้

นางฐิติมา กล่าวว่า คลินิกแก้หนี้เป็นโครงการดีเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่สุจริตและมีความมุ่งมั่นตั้งใจอยากแก้ไขปัญหาสามารถที่จะเริ่มต้นใหม่ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่มีให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ตามกำลังความสามารถในการชำระหนี้จริง ควบคู่กับการให้คำปรึกษาหารือเรื่องภาระหนี้สิน หรือขอคําแนะนําเกี่ยวกับความรู้ทางการเงินเพื่อสร้างวินัยในการใช้จ่ายเงิน จึงขอเชิญชวนลูกหนี้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Call Center 02-610-2266 -สำนักข่าวไทย